| วิธีการก่อสร้าง |
| บริษัท ท็อป เอส ที บิวเดอร์ จำกัด เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ 30 มีนาคม 2532 นับจนถึงปัจจุบัน (เดิมชื่อ บริษัท สหสุธา จำกัด) และได้สั่งสมประสบการณ์มารังสรรค์เป็นบ้านของท่าน ให้เป็นอย่างที่ท่านตั้งความประสงค์ไว้ โดยคำนึงถึงความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างและความประณีตเรียบร้อยสวยงามของงานสถาปัตยกรรม ซึ่งออกแบบให้สามารถใช้สอยได้ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่ากับเงินทองของท่านที่ต้องเสียไป |
 |
 |
 |
| งานเสาเข็มและฐานรากอาคาร |
 |
 |
| บริษัทจะเริ่มคำนวณน้ำหนักอาคาร (DEAD LOAD) รวมน้ำหนักจร (LIVE LOAD) ที่ต้องใช้สอยทั้งหมด หลังจากที่ท่านพอใจกับแบบบ้านที่แก้ไขจนถูกใจท่านแล้ว และนำน้ำหนักทั้งหมดไปรวมที่ฐานรากอาคารตามมาตรฐานของ ‘‘วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย’’ จากนั้นจึงวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ โดยใช้เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงที่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งหน้าตัดเสาเข็มที่เราเริ่มนำมาใช้มีขนาด 0.22 x 0.22 เมตร ขึ้นไป และเริ่มต้นความลึกที่ 16 เมตร ขึ้นไป (สำหรับบ้าน 2 ชั้น) โดยใช้เสาเข็มชนิด 2 ท่อนต่อเชื่อม โดยใช้ปั้นจั่นตอกเสาเข็ม หากที่ดินที่จะปลูกบ้านของท่านมีอาคารบ้านเรือนใกล้เคียง และเป็นไปได้ว่าการตอกเสาเข็มคอนกรีตนั้นอาจส่งผลกระทบต่อข้างบ้านได้นั้น ทางบริษัทจะแนะนำให้ใช้เสาเข็มสั้นตอกเป็นกลุ่ม หรือใช้เสาเข็มเจาะแบบ 3 ขา โดยหล่อเสาเข็มในที่ด้วยระบบ DRY PROCESS ซึ่งทางท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามจริง |
 |
| โครงสร้างตัวบ้าน |
 |
 |
| บริษัทจะใช้เหล็กแกนสำหรับโครงสร้างตั้งแต่ฐานราก ตอม่อ เสา และคาน เป็นเหล็กข้ออ้อย ชั้นคุณภาพ SD-40 ขึ้นไป เป็นเหล็กที่ได้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ตามรายการคำนวณของวิศวกร เป็นเหล็กเต็มทั้ง ขนาด, น้ำหนัก, การรับแรง โดยเริ่มที่ขนาด Ø12, Ø16, Ø20, Ø25 มม. ซึ่งเหล็กปลอกและเหล็กเสริมในพื้น เป็นเหล็กเส้นกลมชั้นคุณภาพ SR-24 เป็นเหล็กที่ได้ มอก. เช่นกัน |
 |
 |
 |
| ใช้เหล็กตะแกรงสำเร็จรูป WIRE MESH ปูทับแผ่นพื้นสำเร็จรูปก่อนเทคอนกรีตทับหน้ากำลังอัด 240 KSC โดยใช้ขนาดลวด Ø4 มม. ตะแกรง 0.20x0.20 เมตร ตามรายการคำนวณของวิศวกร |
 |
 |
 |
 |
| ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 เช่น ตราช้าง, TPI แดง, พญานาค, เพชร เป็นต้น ผสมกับหินและทราย ในอัตราส่วน 1: 2 : 4 โดยปริมาตร ในส่วนของฐานราก, ตอม่อ, เสา และคาน โดยมีกำลังอัดประลัย 240 - 280 KSC (ทรงกระบอก) เมื่ออายุคอนกรีตได้ 28 วัน หรือตามที่ระบุในวัสดุมาตรฐาน หรือใช้คอนกรีตผสมเสร็จ (READY MIXED) กรณีที่สภาพพร้อมจะเทคอนกรีตในปริมาณมากๆ |
 |
 |
 |
 |
| ใช้คอนกรีตหยาบ (LEAN) เทรองพื้น ก่อนเดินเหล็กคานที่ท้องคานคอดินที่อยู่ชั้นล่างติดกับดิน เพื่อป้องกันไม่ให้เหล็กเส้นของโครงสร้างสัมผัสกับดินหรือทรายด้านล่างท้องคาน และเพื่อให้มีระยะคอนกรีตหุ้มเหล็ก (COVERING) หนาตามมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย |
 |
 |
 |
 |
| ใช้ลูกปูนหนุนเหล็ก (SPACER) เพื่อไม่ให้เหล็กเส้นสัมผัสกับไม้แบบด้านล่างและด้านข้าง จนแน่ใจว่า COVERING ถูกต้องเท่านั้น |
 |
 |
 |
 |
| คานรับโครงเหล็กหลังคา อะเส, ขื่อ และดั้งรับอกไก่ รอบบนและรอบล่าง ใช้เป็นคานคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือบางหลังใช้ร่วมกับเหล็กรูปพรรณแล้วแต่รายการคำนวณของวิศวกร |
 |
 |
 |
 |
| โครงหลังคาใช้เหล็กรูปพรรณ(บางหลัง)ตามรายการคำนวณของวิศวกร โดยทำการชุบเหล็กทั้งท่อนในถาดสำหรับชุบสี ทำให้เหล็กรูปพรรณดังกล่าวมีสีกันสนิมที่ผิวเหล็กทั้งชิ้นส่วน และเมื่อทำโครงหลังคาเสร็จแล้ว บนหลังคาบ้านจะทาสีกันสนิมซ้ำอีก 1 เที่ยว (เท่าที่แปรงทาสีจะสามารถทาได้) แต่ในบางหลังใช้โครงหลังคาเป็นโลหะชุบปลอดสนิม ทางเราใช้ EASY TRUSS ซึ่งภายในสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านใช้กันแพร่หลายและรับประกันทั้งวัสดุและการติดตั้ง 10 ปี โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ |
 |
 |
 |
 |
| ใช้พื้นสำเร็จรูปท้องเรียบ (PLANK) หรือแบบสามขา โดยแต่ละแผ่นสามารถรับน้ำหนักจรปลอดภัย (LIVE LOAD) ได้ไม่น้อยกว่า 250 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป หรือตามที่ระบุในวัสดุมาตรฐาน โดยใช้ของ PCM หรือ D-CON ที่มีตรา ‘‘มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม’’ เท่านั้น |
 |
 |
 |
 |
| ในการเทคอนกรีตโครงสร้างหลัก ฐานราก, ตอม่อ, คาน, บันได, พื้นหล่อในที่ ทางบริษัทฯ จะใช้เครื่องสั่นเขย่าคอนกรีต (VIBRATOR) จี้คอนกรีตในระหว่างการเท เพื่อให้คอนกรีตแน่นสม่ำเสมอ สามารถลดฟองอากาศและน้ำในคอนกรีต โครงสร้างดังกล่าวจะรับกำลังได้ดีกว่า แข็งแรงกว่า สมบูรณ์กว่า มีอายุการใช้งานมากกว่า |
 |
 |
 |
 |
| พื้นชั้นล่างทั้งหมดและที่จอดรถของบ้านทุกหลัง เป็นพื้นคอนกรีตถ่ายน้ำหนักลงที่คานโครงสร้าง (ON BEAM) จึงตัดปัญหาเรื่องการทรุดตัวของพื้น ในกรณีที่มีพื้นเฉลียง, พื้นซักล้าง, พื้นทางเดิน หากกว้างไม่เกินกว่า 1.60 เมตร และติดกับตัวบ้าน ทางบริษัทก็จะใช้คานยื่น (CANTILEVER) รับพื้นดังกล่าว ซึ่งไม่มีการทรุดตัวเช่นเดียวกันกับตัวพื้นภายในบ้าน ยกเว้นในแบบระบุเป็นอย่างอื่น หรือตามความต้องการของท่าน |
 |
 |
 |
 |
| พื้นชั้นบนใช้แผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปแบบท้องเรียบหรือแบบสามขา ถ่ายน้ำหนักลงที่คานโครงสร้าง (ON BEAM) และมีบางส่วน เช่น ระเบียง, กันสาด, พื้นห้องน้ำ จะเป็นการเทพื้นคอนกรีตหล่อในที่ตามความเหมาะสม |
 |
 |
| งานผนัง |
 |
 |
| งานก่ออิฐผนังบ้าน โดยปกติทางบริษัทฯ ใช้อิฐมอญก้อนใหญ่รีดด้วยเครื่อง หรือบล็อคตัน EKO BLOCK เพื่อก่อผนังทั้งหลัง เนื่องจากมีความสะดวกในการทำงาน และแข็งแรงทนทาน อีกทั้งรับน้ำหนักสิ่งของที่จะมาติดตั้งและแขวนกับผนังได้ดี ยกเว้นบางแบบอาจมีการก่ออิฐซ้อนผนังกันเป็น 2 ชั้น (ก่ออิฐเต็มแผ่น) เพื่อลบเหลี่ยมมุมเสาในบ้าน และเพื่อง่ายต่อการปรับเปลี่ยนแบบของท่านจากมาตรฐานในระหว่างก่อสร้างเมื่อท่านเปลี่ยนใจ และทางเรายังเสริมความแข็งแกร่งของผนัง เพื่อป้องกันการแตกร้าวโดยการเทเสาเอ็นและคานทับหลัง คสล.ที่แนวกลางผนังและตามที่ผนังหักมุม ตามขอบรอบวงกบประตู – วงกบหน้าต่าง ตามหลักวิชาช่าง |
 |
 |
 |
 |
| ในบางหลังตามแบบระบุอาจใช้ผนังก่ออิฐด้วยอิฐมวลเบา หรือ EKO BLOCK ทางบริษัทฯ จะดำเนินการก่ออิฐตามขั้นตอนวิธีการก่ออิฐมวลเบา หรือ EKO BLOCK ตามมาตรฐานของผู้ผลิตอิฐมวลเบาอย่างเคร่งครัด ทั้งวิธีการก่อและการฉาบ |
 |
 |
 |
 |
| ในบางหลังจะมีการสอดแผ่นโฟมระหว่างผนังอิฐที่รอบนอกอาคารเฉพาะห้องนอน หรือใช้ EKO BLOCK หนา 19 ซม. |
 |
 |
 |
 |
| ในพื้นที่ไม่เกิน 6 ตารางเมตร ผนังจะมีเสาเอ็น หรือทับหลังเสมอ |
 |
 |
| งานฉาบปูน |
 |
 |
| เป็นงานแสดงความเรียบร้อย และสวยงามทั้งภายนอก และภายในของบ้าน ทางบริษัทฯ เพิ่มความพิถีพิถันจึงเลือกใช้ปูนฉาบสำเร็จรูปในงานก่อสร้างทุกหลัง ทางเราจะจับเซี้ยมเหลี่ยมมุม แล้วจับปุ่มหาระนาบงานฉาบจนแน่ใจแล้วจึงลงมือฉาบปูน และชักร่องแนวเสากับแนวคานเพื่อลดการซ่อมแซมเนื่องจากการแตกร้าวในภายหลัง อีกทั้งใช้ลวดตาข่ายกรงไก่เสริมทับบริเวณแนวท่อประปา – ท่อไฟฟ้า, หัวมุมวงกบ และรอยต่อต่างๆ ที่คาดว่าจะแตกร้าวภายหลังอีกด้วย เมื่อฉาบผนังเสร็จแล้วทางเรายังบ่มผนังฉาบด้วยการรดน้ำที่ผนังปูนต่อ อีก 2-3 วัน เพื่อลดการคายน้ำอย่างรวดเร็วของปูนฉาบ อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการแตกร้าวภายหลัง เมื่อฉาบปูนเสร็จจะทำให้บ้านของท่านมีความละเอียดของผิวผนังบ้านปรากฏเท่ากันหมดทั้งหลัง |
 |
 |
| งานปูกระเบื้อง |
 |
 |
| ทางบริษัทฯ ใช้ทีมช่างปูกระเบื้องโดยเฉพาะ โดยมีการจับฉากพื้นห้องในแต่ละครั้ง สำรวจแนวเศษกระเบื้องตามแบบสร้างจริง (SHOP DRAWING) ที่จะมีการทำแบบขึ้นมาทุกครั้ง ทุกห้อง เพื่อให้เจ้าของบ้านอนุมัติแบบการปูกระเบื้องก่อนปูจริงทุกครั้ง (อีกหนึ่งบริการจากเรา) |
 |
 |
 |
 |
| อีกทั้งภายในห้องน้ำเกือบทุกแบบ เรายังแยกพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนเปียกให้ต่างระดับกันประมาณ 2-5 ซม. เพื่อความปลอดภัยของเจ้าของบ้านและง่ายต่อการทำความสะอาด หรือกั้นทำธรณีที่พื้น แล้วแต่แบบและความประสงค์ของท่าน |
 |
 |
 |
 |
| เมื่อปูกระเบื้องห้องน้ำหรือพื้นบริเวณใดก็ตาม แล้วเสร็จตามแบบหรือ PATTERN ที่ได้อนุมัติไว้แล้ว ( ซึ่งท่านจะต้องจ่ายค่าแรงปูกระเบื้องเพิ่มเติม ) งานจะออกมาดังที่เจ้าของบ้านคิดหวังไว้ทุกประการ สามารถโชว์ผลงานประทับใจแก่ผู้ที่มาพบเห็นหรือเยี่ยมเยียนได้ |
 |
| งานวงกบและกรอบบานไม้ |
 |
 |
ทางบริษัทฯ ให้โรงไม้พันธมิตรคู่ค้า ผลิตวงกบไม้ทุกวง ชนิดไม้วงกบเราเริ่มต้นด้วยไม้ตะเคียน ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง ไปจนถึงไม้แดงซึ่งเป็นไม้ทำวงกบที่ดีที่สุด โดยมิได้ซื้อวงกบไม้ตามร้านค้าทั่วๆไป ซึ่งชนิดไม้และความหนาไม้อาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานของกรมป่าไม้ วงกบไม้ทุกวง จะเป็นขนาด 2”x4” (ประมาณ 44 x 94 มิลลิเมตร) ยกเว้นวงกบประตูเข้าห้องน้ำในบ้าน ทางเราจะใช้ขนาด 2”x5” (ประมาณ 44 x120 มิลลิเมตร) เพราะเมื่อได้ทำการปูกระเบื้องภายในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว ผิวกระเบื้องห้องน้ำจะเป็นระนาบเดียวกับวงกบพอดี |
 |
 |
 |
 |
 |
| เราตั้งขาวงกบไม้ ให้ฝังลงไปในผิวคอนกรีตพื้น เพื่อความมั่นคงเป็นอันดับแรก ทุกมุมด้านนอกของวงกบ เราจะนำเหล็กข้ออ้อยไม่เล็กกว่า Ø12 มม. งอเป็นฉากรัดมุมที่หัววงกบไม้ ป้องกันการยืดหดเป็นอันดับสอง เทเสาเอ็นและคานทับหลัง คสล. รัดรอบนอกป้องกันการยืดหดเป็นอันดับสาม และตัดตาข่ายกรงไก่แปะทับมุมนอกทุกมุม ทุกด้าน ก่อนฉาบปูน ช่วยป้องกันการแตกร้าวเป็นเส้นตามมุมวงกบอีกทีนึงเป็นอันดับสี่ โดยทั้งหมดนี้ทางเราทำเพื่อให้ได้คุณภาพของงานออกมาอย่างดีที่สุด และเมื่อฉาบปูนผนังมาชนผิวนอกของวงกบเรายังชักร่องรอยต่อระหว่างไม้วงกบและปูนฉาบ เพื่อลดการซ่อมแซมเนื่องมาจากวงกบไม้ยืด-หด ตัว ภายหลัง (เพราะเป็นธรรมชาติของไม้ทุกชนิดที่จะยืด-หดตัว ตามสภาพอากาศในบ้านเรา) |
 |